โครงการดีๆสร้างสรรค์สังคม สถานที่ปฏิบัติธรรม(ทั่วไทย) ก่อตั้งมูลนิธิพุทธบุตรสงเคราะห์ ชมรมพุทธบุตรสงเคราะห์

สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 08/09/2011
ปรับปรุง 18/03/2021
สถิติผู้เข้าชม 925,470
Page Views 1,120,355
สินค้าทั้งหมด 1
 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

พระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9)

พระราชทานเพลิงศพ  สมเด็จพระพุฒาจารย์  (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9)

พระราชทานเพลิงศพ

สมเด็จพระพุฒาจารย์

(เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9)

อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง

อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ณ สุสานหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์

วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร

 

9 มีนาคม 2557

 

 

 

 







 





 

 








 



 


 

 

 

ภาพจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 








 


 

 

พระเทพฯเสด็จฯพระราชทานเพลิงศพ 'สมเด็จเกี่ยว'

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประมุขสงฆ์ 40 ประเทศทั่วโลกร่วมพิธีเนืองแน่น

 

เมื่อเวลา 16.57 น. วันที่ 9 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

เมื่อเสด็จฯ ถึงพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุ พระราชทานเพลิง โดยบรรยากาศหนาแน่นไปด้วย พระสงฆ์ ข้าราชการ ศิษยานุศิษย ผู้นำชาวพุทธจากกว่า 40 ประเทศ พระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ และประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมพิธีตั้งแต่การเชิญโกศศพขึ้นรถวอจัตุรมุข จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ไปยังเมรุหลวงพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในช่วงบ่ายโมงตรง และยังมีบุคคลสำคัญในแวดวงต่างๆ มาร่วมพิธีและเข้าเฝ้ารับเสด็จ อาทิ พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข ผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เชิญดอกไม้จันทน์พระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร, พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา, พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี, นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี, พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์-รศ.นราพร จันทร์โอชา, ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, คุณหญิงวรรณา-นายเจริญ สิริวัฒนภักดี, นายพงศ์เทพ เพพกาญจนา, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน ที่ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร มีพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ก่อนจะเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ขึ้นรถวอจัตุรมุข ไปเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงในเวลา 17.00 น.

โดยช่วงเช้ามีพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป จากนั้นพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 100 รูป พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป ถวายพรพระ จบแล้วรับพระราชทานฉัน จากนั้นมีการถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร 500 รูป พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล

ระหว่างที่มีการสวดพระอภิธรรมศพนั้น เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมรถขบวน และรถวอจัตุรมุขเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ ให้มีความพร้อมก่อนจะมีการเคลื่อนขบวนไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในเวลา 13.00 น.

สำหรับขบวนเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประกอบด้วย 1.ขบวนหลวง มีรถพระนำ 2 คัน ขบวนรถโบราณเชิญพัดยศ ตามด้วยรถวอจัตุรมุขเชิญโกศ รถโบราณเชิญเครื่องทองน้อย รถผู้อัญเชิญเครื่องยศ-อัฐบริขาร ประกอบด้วย พระสุพรรณบัฏ ขันน้ำมีฝาชีหุ้มผ้าขาว คนโท กาน้ำทรงกระบอก กระโถนเล็กทรงกระทาย ถาดล้างหน้า กระโถนปากแตร พานหมาก หีบตราจักรี และบาตร โดยในขบวนนี้มีข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และข้าราชการกองทัพบก ร่วมเดินในขบวน

ต่อมาเป็นขบวนเกียรติยศ นำโดยพุทธศาสนิกชนชุดขาว ถือพานพุ่มสายสิญจน์ พานดอกบัว เครื่องทองน้อย พานปักพัดยศสมเด็จ กรวยกระทงดอกไม้ พานพุ่มดอกไม้จันทน์ จากนั้นเป็นขบวนพระสงฆ์จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ถือดอกไม้จันทน์ ตามด้วยรถพระพุทธรูป รถหลวงพ่อ ซึ่งมีหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์นั่งอยู่ด้วย ต่อด้วยขบวนพระสงฆ์จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ พระธรรมทูตไทยทั่วโลก และผู้นำชาวพุทธจาก 40 กว่าประเทศทั่วโลก โดยพระสงฆ์ห่มจีวรตามนิกายแบบเต็มยศ และปิดท้ายขบวนด้วยพุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจกันสวมชุดขาวมาร่วมขบวน

เส้นทางเชิญโกศศพสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้น ใช้เส้นทางจากวัดสระเกศ เลี้ยวขวาสี่แยกแม้นศรี ตรงไปตามถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาแยกกษัตริย์ศึก ไปถนนกรุงเกษม เลี้ยวขวาแยกนพวงศ์ ตรงไปตามทางถนนหลวง ก่อนเลี้ยวขวาเข้าวัดเทพศิรินทราวาส ไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์

ทั้งนี้ มีพุทธศาสนิกเฝ้ารอเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์เป็นจำนวนมาก จนเต็มทุกศาลาที่อยู่บริเวณโดยรอบเมรุหลวง ซึ่งภายในงานได้แจกของที่ระลึก อาทิ หนังสือภาพเล่าเรื่องประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ พร้อมด้วยพระผงหลวงพ่อดวงดี และล็อกเกตรูปสมเด็จพระพุฒาจารย์ ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมงานด้วย ขณะที่บรรยากาศภายในวัดเทพศิรินทราวาสมีประชาชนและศิษยานุศิษย์จำนวนมากเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งมีการจัดไว้ทั้งหมด 3 จุด คือ 1.บริเวณเมรุหลวง 2.บริเวณเมรุเล็ก และ 3.ที่บริเวณหน้าพระอุโบสถ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีในวันที่ 10 มีนาคมนั้น เวลา 07.00 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 3 รูป พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล และรับพระราชทานภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ จากนั้นเวลา 08.00 น. เชิญอัฐิสมเด็จพระพุฒาจารย์กลับยังวัดสระเกศ โดยใช้เส้นทางถนนหลวง ผ่านห้าแยกพลับพลาไชย แยกโรงพยาบาลกลาง เลี้ยวขวาสี่แยกวรจักร เคลื่อนขบวนไปตามถนนวรจักร ผ่านสี่แยกแม้นศรี ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดสระเกศ

พระพรหมสุธี (เสนาะ ปัญญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า วันที่ 10 มีนาคม ช่วงเวลา 07.00 น. จะมีพิธีเชิญอัฐิสมเด็จพระพุฒาจารย์ จากเมรุหลวง กลับยังวัดสระเกศ หลังจากมีการสวดพระพุทธมนต์ฉลองอัฐิเสร็จแล้วจะนำอัฐิสมเด็จพระพุฒาจารย์ไปเก็บไว้ยังตำหนักสมเด็จฯ โดยตั้งไว้เคียงคู่กับพระอัฐิสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทยมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 15 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ กล่าวว่า ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้น มีสังฆราชและผู้นำสงฆ์จากนิกายมหายานและเถรวาทจากประเทศต่างๆ กว่า 120 รูป/คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก เดินทางมาร่วมพิธีเพื่อร่วมแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ อาทิ อัครสังฆราช เทพวงศ์ จากกัมพูชา พระธรรมทานาจารย์ จิงสิน ไต้หวัน พระธรรมทานาจารย์ ก๊กกวง จากฮ่องกง พระอาจารย์มหาผ่อง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และยังมีคณะสงฆ์จากมหายาน อาทิ พระอาจารย์จีนปัญญาประชานุสิฐ (เจียง) วัดเฉาอิน (เฉาอินซึ ) ไต้หวัน พระอาจารย์จีนราชธรรมานุสิฐ (ฝ่าจ้าว) วัดพระเขี้ยวแก้ว สิงคโปร์ พระอาจารย์จีนวิเทศศาสนานุสิฐ (หยิง ซุน) วัดหงฝ่าซื่อ เซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน พระอาจารย์จีนวิเทศศาสนานุศาสน์ (หุ้ยสง) วัดวิหารมหาวีระกราหาผู่สัก อินโดนีเซีย พระอาจารย์โอโนะ วัดโอทาคาจิ เมืองอิบารากิ ญี่ปุ่น นอกจากนี้มีพระธรรมทูตไทยจากวัดต่างๆ ทั่วโลก เช่น พระธรรมทูตไทยสายสหรัฐอเมริกา สายยุโรปและสแกนดิเนเวียร์ สายออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ สายอินเดีย-เนปาล สายสิงคโปร์-มาเลเซีย-พม่า-ญี่ปุ่น สายตะวันออกกกลาง-แอฟริกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ที่เดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงสมเด็จพระพุฒาจารย์ต่างให้ความสนใจและเข้าแถวรับแจกของที่ระลึกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางวัดจัดเตรียมไว้แจก ได้แก่ 1.พระไตรปิฎก ทั้งภาษาไทยและภาษาบาลี ฉบับเฉลิมพระเกียรติในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 2.หนังสือภาพเล่าเรื่องประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ 3.หนังสือประวัติวัดสระเกศ และประวัติพระบรมสารีริกธาตุ 4.หนังสือเย็นหิมะในรอยธรรม 5.สมันตปาสาทิกา เป็นผลงานแปลของสมเด็จพระพุฒาจารย์ 

นอกจากนี้กลุ่มศิษยานุศิษย์ร่วมกันจัดทำวัตถุมงคลเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนอีก 4 รายการ กว่า 300,000 องค์ ได้แก่ พระผงหลวงพ่อดวงดี สร้างขึ้นเนื่องในโอกาส 85 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ 100,000 องค์ ล็อกเกตรูปสมเด็จพระพุฒาจารย์ 100,000 ชิ้น เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ที่ระลึกวันออกเมรุ 50,000 องค์ และพระผงสมเด็จพระพุฒาจารย์ ที่ระลึกวันออกเมรุ  50,000 องค์

นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในงานพระราชทานเพลิงสมเด็จพระพุฒาจารย์ ระหว่างวันที่ 7-10 มีนาคม โดยร่วมกับวัดสระเกศ จัดเก็บภาพและข้อมูลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งที่เมรุหลวง เหตุการณ์ที่วัดสระเกศ ซึ่งหลังจากเสร็จพิธีทั้งหมดสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะร่วมกับวัดสระเกศจัดทำเป็นจดหมายเหตุสมเด็จพระพุฒาจารย์ เพราะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ ที่จะให้คนรุ่นหลังศึกษาและเรียนรู้

สำหรับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เกิดวันที่ 11 มกราคม 2471 มีนามเดิมว่า เกี่ยว โชคชัย อาศัยอยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี เข้ารับการบรรพชาเป็นสามเณรในวันที่ 6 มิถุนายน 2484 และไม่คิดสึกตั้งแต่นั้นมา ศึกษาพระธรรมจนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค อันเป็นประโยคสูงสุด จากนั้นเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานแต่งตั้ง เลื่อนและสถาปนาสมณศักดิ์มาเรื่อยๆ จน พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ เมื่อปี พ.ศ.2533 ได้สร้างคุโณปการแก่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นผู้ริเริ่มตั้งโรงพิมพ์กรมการศาสนา และได้แสดงธรรมทางสถานีวิทยุ 919 ในรายการ “ของดีจากใบลาน” ในปี พ.ศ.2510 ได้เป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปสังเกตการณ์การศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลาว ศรีลังกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ต่อมาใน พ.ศ.2515 สมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ไปสังเกตการณ์การศึกษาทางพระพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา และใน พ.ศ.2525 ได้รับตำแหน่งรองประธานสภาสงฆ์แห่งโลก

เมื่อครั้งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการประชวร เสด็จเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2545 มหาเถรสมาคมจึงได้แต่งตั้งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชในปี พ.ศ.2547 เป็นต้นมา จวบจนวาระสุดท้ายสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพด้วยภาวะไตวายเรื้อรังและติดเชื้อในกระแสเลือด ที่โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2556 เวลา 08.41 น. รวมสิริอายุ 85 ปี

 

 

 

 

ที่มา : วัดสระเกศ-ไทยรัฐ-คมชัดลึก-ผู้จัดการ

9 มีนาคม 2557

Tags :

เมนู

 

บทความ

ธรรมะประจำวัน

ธรรมะกับการปฏิบัติธรรม

สถานที่สำคัญในพระพุทธศาสนา

โครงการสร้างศูนย์พุทธบริษัทสากล

โครงการปฏิบัติธรรม(ทั่วไทย)

 












  Copyright 2005-2011 www.dhammadee.com All rights reserved.
view